TSplus Thailand
กลับไปหน้า Blog

18 มี.ค. 2021

โปรแกรม Remote Desktop ต่างจาก VPN อย่างไร

VPN หรือ Virtual Private Network “เครือข่ายส่วนตัวเสมือน” สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้รับส่งข้อมูลได้ปลอดภัยมากขึ้น ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นตัวส่งผ่านข้อมูลก็จริง แต่จะมีการเข้ารหัสข้อมูลทั้งหมด ผู้ที่ไม่มีพาสเวิร์ดก็จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลนี้ได้

โปรแกรม Remote Desktop ต่างจาก VPN อย่างไร

VPN คืออะไร

VPN หรือ Virtual Private Network คือเครือข่ายส่วนตัวเสมือนที่สร้างขึ้นเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานรับส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น โดยข้อมูลที่ส่งผ่านระบบจะถูกเข้ารหัส

ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์หรือข้อมูลสำหรับเข้าสู่ระบบจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลภายในเครือข่ายได้

ประโยชน์ของ VPN คือช่วยให้การเชื่อมต่อจากภายนอกทำได้สะดวกและปลอดภัยขึ้น รวมถึงช่วยปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดย IP Address ที่แสดงอาจเป็น IP Address ของผู้ให้บริการ VPN แทน IP Address ของผู้ใช้งานจริง

Remote Desktop คืออะไร

Remote Desktop เป็นเทคโนโลยีสำหรับเข้าไปควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์จากระยะไกล โดยมีการใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการ Windows มาอย่างต่อเนื่อง

ผู้ใช้งานสามารถ Log on เข้าไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เป้าหมาย มองเห็นหน้าจอ และควบคุมการทำงานของเครื่องนั้นได้ เสมือนกำลังนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เครื่องดังกล่าว

VPN และ Remote Desktop ต่างกันอย่างไร

VPN และ Remote Desktop เป็นเทคโนโลยีสำหรับการเชื่อมต่อจากระยะไกลเหมือนกัน แต่มีรูปแบบการทำงานและการรับส่งข้อมูลที่แตกต่างกัน

1. ด้านความปลอดภัย

VPN มีการเข้ารหัสข้อมูลที่รับส่งผ่านเครือข่าย และ IP Address ที่แสดงในการใช้งานอาจเป็น IP Address ของผู้ให้บริการ VPN แทน IP Address ของผู้ใช้งานจริง

ส่วน Remote Desktop ตามข้อมูลต้นฉบับจะใช้การ Log on ด้วย Username และ Password เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าไปควบคุมหรือใช้งานเครื่อง Host จากระยะไกล

2. รูปแบบการรับส่งข้อมูล

ตามข้อมูลต้นฉบับ เมื่อใช้งาน VPN ข้อมูลที่ผู้ใช้งานเปิดใช้งานจะมีการรับส่งผ่านเครือข่ายจากระบบของบริษัทไปยังอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน โดยข้อมูลดังกล่าวจะถูกเข้ารหัสระหว่างการเชื่อมต่อ

ส่วน Remote Desktop จะเป็นการเข้าไปใช้งานแอปพลิเคชันและข้อมูลบนเครื่อง Host โดยหน้าจอจากเครื่อง Host จะถูกส่งมาแสดงบน Device ของผู้ใช้งาน ขณะที่ไฟล์ต้นฉบับยังคงอยู่บนเครื่อง Host

3. การเปิดและบันทึกไฟล์

ตามข้อมูลต้นฉบับ การใช้งานผ่าน VPN อาจมีการรับส่งไฟล์หรือข้อมูลจริงผ่านเครือข่าย ซึ่งอาจส่งผลต่อความเร็วเมื่อไฟล์มีขนาดใหญ่หรือเครือข่ายมีข้อจำกัด

สำหรับ Remote Desktop การเปิด แก้ไข และบันทึกงานจะเกิดขึ้นบนเครื่อง Host เป็นหลัก โดยข้อมูลและไฟล์งานสามารถเก็บไว้ที่เครื่อง Host แทนการส่งไฟล์ทั้งหมดมายัง Device ของผู้ใช้งาน

4. การใช้งาน Application แบบ Client-Server

ตามข้อมูลต้นฉบับ หากองค์กรมี Application ประเภท Client-Server การเข้าใช้งานผ่าน VPN อาจได้รับผลกระทบจากการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่าย โดยเฉพาะเมื่อมีข้อมูลจำนวนมาก

ส่วน Remote Desktop จะให้ผู้ใช้งาน Remote เข้าไปทำงานบนเครื่อง Host ที่อยู่ภายในระบบของบริษัท ทำให้ตัว Application และข้อมูลหลักยังคงทำงานอยู่บนระบบภายใน

สรุปความแตกต่างระหว่าง VPN และ Remote Desktop

  • VPN เน้นการสร้างเครือข่ายส่วนตัวสำหรับเชื่อมต่อและรับส่งข้อมูลจากระยะไกล
  • Remote Desktop เน้นการเข้าไปควบคุมและใช้งานเครื่อง Host จากระยะไกล
  • VPN มีการรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายระหว่างผู้ใช้งานกับระบบขององค์กร
  • Remote Desktop ช่วยให้ผู้ใช้งานเปิดแอปพลิเคชันและทำงานบนเครื่อง Host โดยตรง
  • ไฟล์และข้อมูลของ Remote Desktop สามารถเก็บไว้บนเครื่อง Host แทนการนำไฟล์ทั้งหมดมาเก็บไว้บน Device ของผู้ใช้งาน
  • สำหรับ Application แบบ Client-Server รูปแบบ Remote Desktop สามารถช่วยให้ Application ยังคงประมวลผลอยู่ภายในระบบขององค์กร